Profilo di RagnarokPRSBL Corp. : > RagnarokPR...FotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

Blog


30 novembre

The 5 GOD of DotA, CSCU

วันนี้ก็เป็นวันดีที่เราจะได้มาทำความรู้จักสุดยอดทั้ง 5 นักรบแห่ง Com~Sci CU ทีม SIA
ข้าน้อยผู้ต่ำต้อย มิอาจเอื้อมเทียบฝีมือกับอัศวินทั้ง 5 นี้ ขอแนะนำพวกท่านให้ได้มีชื่อกระฉ่อนทั่วยุทธภพ

หัวหน้ากองอัศวิน --- ท่านเปา (เรียกกันตามยศ "เสี่ย")

ท่านผู้นี้เป็นผู้ที่มีความสามารถ พลัง สูงที่สุด จนขนาดเคยถูกขนานนามว่า เก่งในระดับต้นๆของยุทธภพ
ทั้งจังหวะการเข้าทำ การยิงประตู~~~ เฮ้ย การพิฆาตศัตรู หรือแม้กระทั่งการ Last Shot (ไม่เว้นแม้แต่ Creep)

เรียกได้ว่า
"Perfect สัดๆ"

ขนาดเกมไหนท่านป่วย ท่านก็ยังสามารถประคับกระคอง แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างฉับพลัน
ท่านผู้นี้ยังมีความสามารถในการเล่นตัวละครได้ดีทุกตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นสาย Str AGI หรือ Int ก็ตาม
แต่ตัวละครที่ท่าอัศวินหน้าแดงผู้ที่ถนัดแบบสัดๆ ประมาณว่าใครเจอต่อให้ 2 ตัว 3 ตัว ก็ยังหนาวก็ประกอบด้วย

BristleBack , Nevermore , พ่อหมีกับลูกหมี

ปล. ตัวละครเหล่านี้ ท่านถึงกับเคยเอ่ยว่า "ในยุทธภพนี้ ไม่มีผู้ใดจะควบคุมได้เท่าข้าแล้ว 555+"
เพราะด้วยเหตุนี้ ทางกลุ่มอัศวินโต๊ะเหลี่ยมจึงลงมติให้ทีมนี้ชื่อว่า "SIA"

--------------------------------------

พ่อมดผู้ชาญฉลาด --- ท่านบอล (เป็นผู้มีเสน่ห์ต่อเพศเดียวกันยิ่งนัก)

ท่านบอล เป็นบุคคลที่ควบคุมตัวละครในการทำเกมดีมาก หรือจะเรียกว่าดีที่สุดก็ว่าได้
ท่านผู้นี้มีความสามารถในการเล่นตัวละครที่มี Skill เยอะๆ หรือเป็นตัวตัดสินความเป็นความตายของทีม
จังหวะการเข้าทำของท่านผู้นี้นั้นอาจจะไม่ได้สุดยอด แต่จังหวะการ Support สมาชิกในทีมนั้นช่างยอดเยี่ยม
ท่านผู้นี้ยังเป็นผู้ที่เสียท่าให้ศัตรูน้อย ไม่เป็น ATM ให้ฝ่ายตรงข้ามบ่อยนัก เคยสยบนักรบอันดับต้นๆมาแล้ว
ส่วนตัวละครที่ท่านผู้นี้สามารถยิ่งนัก ประกอบด้วย

Akasha , EarthShaker , ตัว Int ทั้งหลาย

--------------------------------------

อัศวินผู้หล่อเหลาและรวดเร็ว --- ท่านออม (สาวๆเห็นต้องบอกว่า สุดหล่อ...)

ท่านผู้นี้เป็นผู้ที่มีความแม่นยำ เคลื่อนที่รวดเร็ว สังหารศัตรูได้อย่างเฉียบคมพอๆกับความหล่อของตัวเอง
ข้าน้อยสามารถบอกได้เลยว่า ไม่มีใครเก็บ creep ได้เร็วและมากเท่าท่านนี้อีกแล้ว สถิติเฉลี่ยเกิน 200 ทุกเกม
แบบผู้ที่บัญชาเกมได้อย่างสุดยอด พลาดน้อยมาก เท่าที่ข้าน้อยพบ ท่านออมไม่ค่อยจะป่วยบ่อยนัก
อีกทั้งยังเป็นผู้ที่คอยเก็บเกี่ยวหลังจากทีมเข้าทำได้อย่าสุดยอด บวก 5 ตัว ต้องตายอย่างน้อย 3
ส่วนตัวละครที่เก่งยิ่งนัก มิอาจมีผู้ใดเทียบได้ ประกอบด้วย

Sniper , Razor , สาย Agi Late Game แทบทุกตัว

--------------------------------------

อัศวินผู้มีความสามารถหลากหลาย --- ท่าน bAnx

ท่าน bAnx ถึงจะมีความสูงที่ไม่มากนัก แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด เปรียบเสมือน Tevez แห่ง CSCU
ทั้งจ่าย ทั้งยิง ผู้นี้ทำได้หมด ท่าน bAnx ก็ทั้งเปิด ทั้งเก็บ ทั้ง Lastshot (รวมถึงเป็น ATM ให้ฝั่งตรงข้ามบ้าง)
ท่านผู้นี้ทำได้หมด! เรียกได้ว่า "ครอบจักรวาลคิทเช่น" ถึงแม้ว่าจะไม่ได้โดดเด่นเฉพาะด้าน
แต่ท่าน bAnx ก็สามารถเสริม หรือทดแทน ส่วนที่ทีมด้อยหรือขาดหายไปได้ เช่นถ้าท่านออมเก็บไม่หมด
ท่าน bAnx ก็บอก "เสร็จกู" พร้อมกับเสียงหัวเราะ "อะคิ อะคิ อะคิ" หรือสมาชิกในทีมเข้าทำไม่ดี
ท่าน bAnx ก็จะจัดการเข้าทำเอง แล้วก็พลีชีพโดยรวดเร็ว แต่เดี๋ยวก่อน อย่าพึ่งคิดว่า Noob แต่ที่สละชีพ
ทำให้เพื่อนรวมทีมเห็นเป้าหมายชัดเจน แล้วสังหารเรียงตัวได้อย่างหมดจด เรียกว่าสละชีพเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่
ตัวละครที่ท่านผู้นี้เล่นได้โดดเด่นเป็นพิเศษนั้นหาไม่ค่อยได้ เพราะท่านสามารถเล่นได้ทุกตัว เรียกได้ว่า
ท่านเปาบัญชาอย่างไร ท่าน bAnx จัดได้หมด

--------------------------------------

อัศวินผู้กล้าหาญและแข่งแกร่ง --- ท่าน Expert

ท่านผู้นี้ ผู้ใดได้ยินนามแล้วก็ต้องหนาวสั่นทั่วทั้งแผ่นดิน ผู้ซึ่งไม่กลัวสิ่งใดทั้งสิ้น บ้าบิ่นยิ่งกว่าสุนัขไล่กัดแมวเสียอีก
ด้วยบุคลิคกล้าหาญ ไม่กลัวสิ่งใด จึงได้รับการขนานนามว่า เป็นผู้เข้าปะทะที่ทรงอานุภาพที่สุดในละแวกสามย่าน
ท่าน Expert เป็นผู้มีญาณวิเศษ สามารถล่วงรู้อนาคตล่วงหน้าก่อนเข้าปะทะว่าจะสำเร็จหรือไม่ มากน้อยเพียงใด
อันเนี่องมาจากนิโคลัส เคท จากเรื่อง NEXT ชึ่งเป็นศิลปินที่ท่านชื่นชอบมาก ถ่ายทอดพลังนี้มาให้
แต่เนื่องจากถ่ายทอดมาได้ไม่เต็มที่ ทำให้บางครั้งท่าน Expert ก็คำนวณผิดพลาด แต่ก็น้อยครั้งยิ่งนัก
เพราะบุคลิคเช่นนี้ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าตัวละครที่ท่านผู้นี้ถนัดยิ่งนักจะต้องเป็นสาย Str เช่น

Centore , Sven , Skel King , Omminight , STR ทุกตัว + ตัวที่สามารถเปิดเกมรุกได้

--------------------------------------

ทั้ง 5 อัศวินนี้ ข้าน้อยก็ได้แนะนำโดยพอสังเขปแล้ว ทุกท่านที่อ่านคงจะรู้สึกนับถือท่านเหล่านี้ยิ่งนัก
ไว้โอกาสหน้า ข้าน้อยจะมาแนะนำอัศวินผู้อื่นในเหล่าอัศวินแห่ง Com~Sci CU ทีละท่าน

"อัศวินโต๊ะเหลี่ยม องครักษ์พิทักษ์เสี่ยเปา"

22 novembre

Ohhh T-T My England

ฟ้าผ่ากลางนิวเวมบลี่ย์
แพ้โครแอต 2-3
ตกรอบ ฟุตบอล Euro 2008
หัวใจสลาย
What's happen?

สวัสดีคับป๋ม ไม่ได้อัพตั้งนาน เนื่องด้วยเหตุคือ ขี้เกียจ และมีอะไรให้ทำอีกเยอะแยะมากมาย
เริ่มเรื่องมาก็ไม่สวยแล้ว เพราะว่า England ทีมดังแห่ง Europe ที่ข้าน้อยตามเชียร์มาตั้งแต่
วัยกระเตาะ มีอันต้องถูกสวรรค์ประทานแห้วมาให้ดั่งสายฝน ร่ม ที่โปรยปรายอย่างกับจะบอกว่า
"เล่นลาวๆแบบนี้ ก็ไม่ต้องไปหรอก"
แต่กรูจะบอกว่า
"ถ้าไม่ให้อังกฤษไป แล้วจะให้ข้าน้อยเชียร์อะไรล่ะ"
แล้วก็อาจจะมีเพื่อนกวนตีนๆของข้าน้อยตอบว่า
"มึงก็มาเชียร์...(ทีมเหี้ยๆของแม่ง) กับกรูดิว่ะ"

ทำไมนะทำไม ทีมที่กรูเชียร์จะต้องประสบพบเจอสิ่งที่เลวร้ายแบบเหี้ยๆ
ยังจำตอนที่แมนยูตกรอบแรกยูฟ่าได้ป่ะ กรูนี่อย่างเซ็ง...T-T
เด็กหงส์แม่งพูดฉิบหาย... แต่เดี๋ยวก่อน พยายามคิดในแง่ดี หลอดไฟ
นักเตะอังกฤษของผีแดง เกือบทุกครั้งที่ไปเล่นให้ทีมชาติมักจะได้รับบาดเจ็บกลับมา
เช่น Euro คราวก่อน จำได้เลย ถึงแม้ว่าน้องหมูรูนี่ย์ในตอนนั้นมันยังไม่ได้มาอยู่กับผีก็เหอะ
โดนเสียบ!!! เป็นหมูปื้งไปเลย กระดูกข้อเท้าแตก แล้วอังกฤษก็แพ้ไปเลยนัดนั้น
ดังนั้นลองคิดในแง่นี้ดูนะคับ คนที่เชียร์อังกฤษกับผีเหมือนข้าน้อย

แต่เรื่องอังกฤษแพ้ข้อน้อยก็แอบเตรียมใจไว้แล้ว เพราะว่าข้าน้อยมองการไกล 555+
ก็ดูผู้เล่นที่เจ็บกับโดนแบนดิ คู่หน้าที่ดีที่สุดอย่าง รูนี่ย์กับโอเว่น ก็เจ็บ แล้วเอาผู้ใดลง

แต่น แต๊น ---> "หนู Crouch เด็กชายฟุตบอล" แห่ง แอนฟิลด์

แต่มันก็ไม่ได้เล่นทุเรศหรอก เพียงแต่มันสู้รูนี่ย์ เด็กชาย กับโอเว่น เด็กชาย ไม่ได้แค่นั้นเอง
มาดูกองหลังกันบ้าง หนักใจกว่ากองหน้าอีก
แผงหลัง 4 คนตัวจริง เจ็บ 3 โดนแบนหนึ่ง
เทอร์รี่ โคล แกรี่ เจ็บหมด ส่วนพี่ เฟอร์ดินาน ก็เจือกโดนแบนอีก
แล้วดูกองหลังที่ท่าน บิ๊กแมค ส่งลงไป เห็นแล้วกลุ้ม
ไอ้ไมการ์ ก็ยังรู้สึกดี แต่อีก 3 คน แคมเบลล์ก็แก่แล้ว วิ่งไม่ทัน
เลสคอตต์ยังจำได้ เล่นทีมชาตินัดก่อนๆห่วยบรม
อีกคนเวร์น บริดจ์ ชื่อก็บอกแล้วว่า เวรแล้วตู
ส่วนกองกลาง นั้นไม่น่าเกลียด ติดแค่เพียง
ไอ้แลมพาร์ดนี่แหล่ะ ที่แม่งเล่นทีมชาติได้ห่วยบรมทุกนัด
ไม่รู้เสี่ยหมีแห่งเชลซีแม่งซื้อตัวป่าววะ แต่คงไม่หรอก
เพราะขนาดไม่ทำอะไรมันยังทำอะไรไม่ได้เลย
ความจริงน่าจะส่งพี่เบ็คค์ลงตั้งแต่แรกแล้ว เพราะใช้หน้าร่างโย่งอย่างนั้น
คนเปิดบอลไม่แม่น กองหน้าอย่างนั้นกลายเป็นเสาไฟฟ้าไปเลย

เอาเหอะ ! เล่นกากๆ ผู้จัดการกากๆ แบบนี้ ก็ไม่ต้องเล่นก็ดี
เซ็งสัดๆ.... T-T

 

ปล. วันนี้ไม่รู้จะบ่นไรอีก แค่เรื่องนี้ก็เซ็งโครตแล้ว งานก็เยอะ เห้อเศร้า...T-T เศร้า


28 luglio

เมื่อคนเข้มแข็งและคนอ่อนแออยู่ด้วยกัน

ก่อนอื่นเลย ขอโทษนะคับที่รักที่วันมีไปเรียนสาย เราผิดไปแล้ว ขอโทษคับ
เราก็รู้ว่าถึงขอโทษไป มันก็คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้นเพราะเราขอโทษบ่อยมากๆ
แต่เราอยากให้รู้นะว่า เรารู้สึกผิดจริงๆ รู้สึกแย่มากๆ
 
เรื่องสอบ ผ่านไปแล้วกับการสอบมีสุดแสนจะทรมาน ทั้งร่างกายและจิตใจ
เพราะเป็นการสอบที่รู้สึกว่าตัวเอง "ห่วยมาก" ในรอบหลายๆปี
สอบ 7 วิชา ทำได้ 1 เน่า 6 สถิติที่อุบาจว์ที่สุดของตัวเอง
เพราะ คอม 5 ตัว เราทำได้เพียงตัวเดียวเท่านั้น
ไม่เคยรู้สึกแย่กับการสอบคอมมากเท่านี้มาก่อนเลย
แบบว่าเครียดจนน้ำตาไหล สมองระเบิดไปตามๆกัน
 
คนเข้มแข็ง กับ คนอ่อนแอ

เมื่อคนเข้มแข็งกับคนอ่อนแออยู่ด้วยกัน ความสมดุลจึงเกิดขึ้น
แต่มันก็ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?
ก็เพราะลักษณะนิสัยส่วนตัวของคนทั้ง 2 แบบมีความสัมพันธ์เชิงรุก-รับ

เหมือนกับปากกาคือคนที่เข็มแข็ง และปลอกปากกาคือคนทีอ่อนแอ
เมื่อ 2 อย่างอยู่ด้วยกัน มันจึงประกอบเป็นปากกาที่สมบูรณ์
ปลอกปากกามีหน้าที่รับปากกาเข้ามาใส่ เหมือนรับสิ่งต่างๆที่เขากระทำมา
และถ้าคิดอีกอย่าง ปลอกปากกาก็จะรับสิ่งที่กดกันต่างๆจากภายนอก
เพื่อป้องกันปากกาไว้ประดุจชีวิต!...
ปากกาสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง มีน้ำหมึกที่ค่อยเติมพลังชีวิตให้กับตัวเอง
เผชิญหน้ากับความว่างเปล่าบนกระดาษได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องใส่ใจอะไร
ไม่ต้องใส่ใจแม้ปลอกปากกา เพราะไม่ได้มีประโยชน์ในการทำงานของปากกา
มักจะถูกดึงออก แล้วเสียบไว้ที่ก้นปากกา เมื่อเป็นส่วนเกินสะด้วยซ้ำ
ดังนั้น ปากกาบางแท่งจึงถูกพัฒนาเป็นปากกากด ที่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง
ปลอกปากกาจึงหมดความสำคัญ...
แต่ปลอกปากกา ไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองได้ อยู่ไปก็ไร้ค่า
เป็นเพียงขยะที่ไม่ได้ใช้ แล้วถูกทิ้งไว้บนโต๊ะ ที่รอวันเอาไปทิ้ง
 
เหมือนในชีวิตจริงของคนเรา เมื่อคนเข้มแข็งและคนอ่อนแออยู่ด้วยกัน
มักจะเกิดเหตุการณ์ต่างๆ และคำตอบก็มักจะเป็นไปในรูปแบบเดียวกันเสมอ
 
- เมื่อคนสองคนทะเลาะกัน
คนเข้มแข็ง - มักจะไม่ยอมอีกฝ่ายเสมอๆ
คนอ่อนแอ - ยังไงก็ได้ รับได้ทุกอย่าง
 
- เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโกรธ
คนเข้มแข็ง - มักจะไม่ยอมง่ายๆ ถึงง้อแล้วง้ออีกก็ยังไงหาย จนกว่าจะพอใจ
คนอ่อนแอ - มักจะยอมง่ายๆ ง้อแค่ครั้ง สองครั้งก็หาย ไม่เป็นไร
 
- เมื่อฝ่ายใจฝ่ายหนึ่งทำผิด
คนเข้มแข็ง - เธอทำผิด เธอต้องได้รับการลงโทษ
คนอ่อนแอ - ไม่เป็นไร ถึงผิดสัก 100 ครั้งก็ไม่เป็นไร
 
- เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องง้อ
คนเข้มแข็ง - ง้อครั้งเดียว ไม่หายก็ช่าง ถือว่าง้อแล้ว
คนอ่อนแอ - ทรหด ง้อไม่มีจำกัด จนกว่าจะหาย
 
- เมื่อฝ่ายใจฝ่ายหนึ่งทำห่างเหิน
คนเข้มแข็ง - ไม่เป็นไร ขาดเธอคนเดียวฉันไม่ตาย เป็นปกติ
คนอ่อนแอ - อาการหนัก ไม่อยากไปจากกันแม้แต่ก้าวเดียว
 
- ทัศนะต่อการใช้ชีวิตร่วมกัน
คนเข้มแข็ง - คนบนโลกมีตั้งมากมาย ผู้หญิงผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลก
คนอ่อนแอ - เธอมีคนเดียวบนโลกนี้ ขาดเธอไปฉันจะทำยังไง
 
- เมื่อจะต้องไม่มีกันและกัน
คนเข้มแข็ง - ขาดเธอไป ฉันก็เป็นฉัน อยู่ได้โดยปกติ
คนอ่อนแอ - ขาดเธอไป เหมือนชีวิตฉันหายไป ทำอะไรไม่ได้
 
โลกนี้มีทั้งคนอ่อนแอและคนเข้มแข็งเต็มไปหมด
แต่ละคนต่างมีจุดบกพร่องต่างๆกันไป ไม่มีใครสมบูรณ์ Perfect
เพียงแต่บางครั้ง เราก็ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง ว่าเขาจะรู้สึกยังไง
เพราะว่าบางครั้งเมื่อรับความกดดันมากๆ
 
ปลอกปากกาก็แตก!ได้เหมือนกัน
 
ปล. เรารักที่รักมากๆนะคับ ความรู้สึกของที่รักเราใส่ใจตลอดเวลานะ
      ถึงแม้เราจะทำผิดไป เราไม่ได้ตั้งใจ และเราก็รู้สึกแย่ตลอดเวลา
      เรามีแฟนอยู่คนเดียวนะ เราก็ไม่อยากให้ที่รักไม่สบายใจเลย
      เราขอโทษนะ รักที่รักมากๆนะ
ปล. รักครอบครัวครับ ม๊าดูแลสุขภาพมากๆนะ ลูกเป็นห่วงม๊ามากๆเลย
      ม๊าต้องกินผักเยอะๆนะคับ ถ้าม๊ามา กทม เราไปกิน MK ต้มผักกัน
      เจ๋ไชน์ กลับมาเอาของฝากมาด้วยล่ะ 555+
10 luglio

Examination Again!!!

มาอีกแล้วคับผม สำหรับ การสอบกลางภาคประจำปีการศึกษา 2550
ว่างๆ ความจริงไม่ว่างหรอก แต่เบื่อ เลยมาเล่ารายละเอียดแต่ละวิชาให้อ่านขำขำ
พร้อมด้วยอาการค่อนข้างโคมา กระผมอัดไป 7 วิชา 22 หน่วยเต็มสูบเลยคับ
 
เริ่มที่สำคัญน้อยที่สุดก่อน Buddhist Teaching ยังจำไม่ได้เลยว่าสอบวันไหน
รู้แค่ว่ามีรายงานที่ต้องส่ง ทำเรื่อง บุญกิริยาวัตถุ 10 อยากจะบอกว่า...
ขี้เกียจทำโว้ย แต่ก็ต้องทำ เพราะเป็นงาน ไม่ค่อยอยากพูดถึงวิชานี้เท่าไหร่
เพราะเข้าเรียนไปก็หลับ ก็เล่นเรียน 16.30-19.30 กำลังเพลียๆนอนสบาย...
 
ต่อมาก็ TC หรือ Theory of Computation ก็เป็นภาคต่อของ Discrete ดีๆนี่เอง
แต่มันก็ยังดีคับ ที่เป็นภาษาไทย มีหนังสือภาษาไทยตรงตามหลักสูตรให้อ่าน
ก็อยู่ที่อ่านหรือไม่อ่านล่ะคับที่จะบอกว่า ทำได้ หรือ ไม่ได้!!!
 
ต่อมาก็ วิชาคอม 5 ตัว ไล่ทีละตัวเลยละกานนน
 
   -   OS หรือ Operating System ประมาณว่า Text Book คับ Slide PPT ก็เป็น Eng
แต่เห็นเพื่อนๆซื้อหนังสือแปลภาษาไทยมา ก็ดีแล้วแหล่ะ อ่านกันเยอะๆ เข้าใจๆ จะได้ทำได้
ไม่ต้องให้กรูมาติวบ่อยๆ กรูก็ตายเป็นนะ (แต่แอบเห็นพวกมันบ่นว่าอ่านไม่รู้เรื่อง จะไหวมั้ยเนี่ยะ)
 
   -   Computer Algorithms ก็ตรงตัวคับ เรียน Algorithm วิชานี้แอบได้เปรียบนิดหน่อย
ตรงที่เรียนมาแล้วตอนเข้าค่าย Olympic แต่ก็แค่บางส่วนเท่านั้น ดังนั้นก็หนักหน่อย
แต่โดยส่วนตัวคิดว่า วิชานี้เบาสุดละ เพราะว่าอ่าน Text ค่อนข้างเข้าใจ อีกอย่างคือทำแลปเอง
คิดเอง ไม่ลอกใคร ไม่เสร็จกรูก็ส่งกระดาษเปล่าวะ!! แต่ได้ข่าวว่าข้อสอบโหดมาก
 
   -   SA หรือ System Analysis and Design วิชานี้อาจารย์เอ๋เพื่อนน้าป้อมสอนอีกแล้วคับ
เป็นวิชาที่ 3 ที่เรียนกับอาจารย์ท่านนี้ ก็สนิทสนมคุ้นเคยกันพอสมควร วิชานี้ออกแนวเกี่ยวกับธุรกิจ
ไม่ใช่วิชาคอมตรงๆ แต่แฝงไปด้วยคำคมในการทำธุรกิจ เป็นวิชาที่น่าเรียนมากวิชาหนึ่ง
 
   -   Computer Graphic ตัวนี้แบบว่า กรูจะทำยังไงดี จะอ่านทันมั้ยเนี่ยะ แอบยากเนื่องด้วย
สาเหตุสำคัญข้อหนึ่ง คือ กระผมไม่ถูกกับ Graphic อย่างแรง เพื่อนๆหลายๆคนก็น่าจะรู้นะคับ
ว่า เรียน Computer มาด้วยกัน กรูทำเรื่องพวกนี้ได้ห่วยขนาดไหน T-T
 
   -   Image Processing ตัวนี้ก็ไม่ต่างกัน เรียนการปรับแต่งภาพ การวิเคราะห์ภาพ แบบว่า
นั่นแหล่ะ Graphic ห่วยอย่างแรง แต่ยังไงก็จะพยายามคับ มีหนังสือดีในมือแล้ว อยู่ที่ว่าผมจะ
อ่านทันหรือเปล่า
 
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกวิชากระผมมีตำราพร้อม (ถือได้ว่าพร้อมที่สุดคนหนึ่งในภาค) ปัญหาอยู่ที่ว่า
ผมจะทำ หรือ ไม่ทำ เท่านั้นเองแหล่ะคับ !!! (อ่อ แล้วก็ ทำทัน หรือ ไม่ทัน ด้วย T-T)
 
ps. - รักป๊า ม๊า เจ๋ อ้อน รุ้ง และทุกคนในครอบครัว
     - ม๊า ดูแลสุขภาพหน่อยนะคับ ลูกเป็นห่วงนะ ลูกรักม๊านะ
     - ที่รักจ๋า รักที่รักมากๆนะคับ สู้ๆนะคับ เราเชื่อว่าที่รักทำได้เสมอนะ ไม่เคยหมดความเชื่อมั่นเลยนะคะ
 
11 giugno

Happy Birthday to...

11 June ...
 
This is a one of important day of my live
 
This is ....... my MoM Birthday...
 
MaMa, Hope u happiness all the time na kub
 
Love u na kub, My MaMa...
02 giugno

สั้นๆ...

ยังไงก็รักที่รัก
 
 
-3-
14 maggio

Today Story...

Happy to my Sister, Aon
New TU Student
 
เรื่องแรกเลยก็ต้องแสดงความยินดีกับน้องสาวของเราก่อนเลย
น้องอ้อน ได้เป็นนักศึกษาคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ดีใจจังที่น้องเอ็นได้ แต่แอบเสียใจนิดหน่อย
เพราะมันทำให้ Score ในบ้านเรา TU 2 : 1 CU ฮือๆๆๆ มันนำแล้วอ่า...
น้องรุ้ง คือความหวังสุดท้ายของโกที่จะตีเสมอแย้วนะ จะได้ 2 : 2 ไง...
 
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็เพิ่งไปสอบวิชาที่ตามจองล้างจองผลานข้าพเจ้ามานานแสนนาน
ตอนเช้าก็ไปหาที่รักก่อน กำลังใจเต็มเปี่ยม ที่รักก็ให้กำลังใจเต็มที่ ขอบคุณนะค่ะที่รัก
แต่เสียดายไม่ได้ไปเรียนญี่ป่นกับที่รัก (เราเสียใจนะ เรื่องนั้น...T-T)
แล้วก็เข้าห้องสอบด้วยความมั่นใจ แบบว่าประเมินการทำครั้งนี้ก็คือ...
ทำไม่ทัน แต่ทำได้โว้ยยย ทำเรื่องเลี้ยวเบนไม่ได้ เพราะไม่เข้าใจ และทำหน้าสุดท้ายไม่ทัน
แต่ที่เหลือ อยากบอกว่า เสร็จกูโว้ยยยย คือถ้าติด F เนี่ยะ มีเคลียร์กับอาจารย์แน่นอน
 
แล้วก็ไประยองกับไอ้โจและไอ้ชา ประมาณว่าชวนกันโครตกระชั้นชิด เออไปก็ไป
ก็ไปครั้งนี้ เพื่อไปดูสถานที่รับน้องนะครับ ก็ไปดูบางแสน คงไม่เอาอ่ะ ค่อนข้างสกปรก
แล้วก็ไปที่สัตหีบ โทรถามไอ้อ้นเพื่อนรัก มันก็บอกว่าให้ไปติดต่อฐานทัพเรือสัตหีบ หาดู
แล้วเป็นไงครับ ไปเที่ยวฐานทับสนุกเลย ไม่มีห่าไรเลย ดูจนจะทุกซอกทุกมุมละ
แบบว่า สุดยอด ค่ายทหารจริงๆ ก็เลยไประยองเลย ไปนอนบ้านไอ้โจก่อนคืนนึง
ตื่นมาก็ไปหาในระยอง ได้ที่ถูกใจมา 2-3 ที่ แต่ปัญหามีอยู่ 2 ข้อใหญ่ๆ คือ
1. มันเกินงบไปหน่อย ซึ่งปัญหานี้ก็น่าจะแก้ได้โดยลงประชามติว่า จะเก็บตังค์เพิ่มมั้ย
2. คือมันถูกจองไปแล้วบางที่ แต่เราก็มีวิธีแก้ปัญหา โดยจะชี้แจงในเวลาต่อไป
แล้วก็กลับรถตู้ จะบอกว่ามีช่วงที่รถติดโครตๆ มันติดรถขนท่ออะไรก็ไม่รู้ ใหญ่โครต...
แล้วรถตู้ก็เทพมากแบบว่า เย็ดเข้ เลย มันก็ขยับรถมาถึงตรง U Turn แล้วมันก็...
ขับรถไปอีกเลนที่มันย้อนศรเลย ขับชิดขวา แบบว่าคนในรถตู้แต่ละคนลุ้นระทึก
รถก็สวนมาเต็มไปหมด แต่แล้วมันก็เทพจริงๆ รอดมาได้โดยเร็ว แบบว่าขออีกที
.................เย้ด..............เข้.......................  lnw มากเพ่.........
 
ไปทะเลครั้งนี้ คิดถึงที่รักมากๆเลยนะ อยากมาเที่ยวทะเลแบบนี้กับที่รักมากๆนะ
เราขอโทษกับเรื่องที่เราทำให้ที่รักไม่สบายใจไว้ เราขอโทษจริงๆ...T-T
เราไม่รู้ว่ามันจะทำให้เกิดอะไรขึ้นรึป่าว แต่เราก็รักที่รักมากๆนะ
ที่รักมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ ขอให้ที่รักบอกเรานะ ถึงแม้เราจะช่วยอะไรไม่ได้
แต่เราก็อยากให้ที่รักระบายให้เราฟัง เรารับฟังที่รักทุกเรื่องนะ เป็นห่วงมากๆ
ไม่มีครั้งไหนที่เราไม่รับฟังที่รักนะ เราอยู่ข้างๆที่รักเสมอ และอยากให้สบายใจ
อยากให้สบายใจที่สุดเมื่ออยู่กับเรา คุยกับเรา เมื่อคิดถึงเรา และทุกๆลมหายใจ
 
รักมากนะ รู้ไว้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ห่วงใย ทุกๆความรู้สึกของที่รัก
อะไรที่ผิดพลาด ขอจงให้อภัย
เพราะคนๆนี้จะไม่ไปจากเธอ
 
"อิมาซึ"
 
ปล. ที่ไม่ได้ตกแต่งเพราะไม่รู้จะตกแต่งยังไง คิดไม่ออกอ่า...
22 marzo

ชีวิตที่มีทั้งสุข และทุกข์ Perfect ดี...

 
 
 
 

 " ชี วิ ต ที่ มี ทั้ ง สุ ข แ ล ะ ทุ ก ข์  P e r f e c t  ดี . . . "

 
  ก่อนอื่นขอเล่าเรื่องวันที่ 12 มีนาคม ก่อนละกานนะคับ
วันจันทร์เค้าก็ไปเที่ยวกับที่รักมาแหล่ะ   ไปที่โลกแห่งความฝัน Dream World
ก็ออกเดินทางจากจุฬาฯ ตอน 8.30 น. ก็เดินทางไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ถ้าจำไม่ผิดก็รถโดยสารสาย 542 ติดแอร์ รถติดมากกกกกกก
พอไปถึง เราก็ทำการหาที่ขึ้นรถ 538 เพื่อเดินทางต่อ
ตอนอยู่อนุสาวรีย์หาถังขยะ พบว่าไม่มีถังขยะเลยยย อารมณ์แบบว่ากลัว Bomb
แล้วก็เดินไปขึ้นรถ 538 ก็นั่งรถไป ไปทางรังสิตทางถนัดอยู่แล้ว 555...
ที่รักนะ หลับตลอดทางเลย เราก็แอบหลับไปนิดนึง อิอิ คนขี้เซา...
แล้วก็ถึง Dream World เวลาประมาณ 10 โมงนิดๆ นั่งรถเข้าไปก็ 10.30 น. พอดี

ถึงแล้ว Dream World ของเรา 2 คน


ไปถึงก็ซื้อตั๋วแบบ VisA คือเล่นได้ทุกอย่าง กี่รอบก็ได้ คนละ 360 บาท
เข้าไปถึงก็ไปถ่ายรูปกันก่อน (ก่อนที่จะโทรม 555) ก็มีชาวต่างชาติถ่ายให้ด้วยแหล่ะ
เข้าไปถึงที่รักก็กับเราเล่นพรหมวิเศษก่อนเลย ที่รักนี่นิ่งมากกกก ผิดกับเราเลย
หน้าซีด เสียวมากกก อารมณ์แบบว่านะ เพื่อนๆที่เคยไปเที่ยวกับเราก็น่าจะรู้...
เล่นๆไป ทำไมมันนานจังวะ มันหมุนตั้ง 3 รอบ ฮืออออ แล้วที่รักก็ต่อแร๊บเตอร์เลย
เวียนหัวได้ใจดีจัง แต่ที่รักก็นิ่งอีกนั้นแหล่ะ ยังมีบอกด้วยนะว่า เด็กๆ -_-'...
แล้วก็ไปเล่น Grand Canyon เปียกนิดหน่อยแต่เราเอาผ้าเช็ดตัวมาด้วย รอบคอบ
และแล้วก็มาถึงเครื่องเล่นที่เพื่อนเก่าเราน่าจะรู้ว่าเป็นเครื่องเล่นที่ข้าน้อยเสียวที่ซู้ดดดด
นั่นคือ รถไฟเขียว หรือ รถไฟเหาะนั่นเอง (คนส่วนใหญ่ว่างั้นๆ แต่กับเราไม่ใช่)
พอขึ้นบุ๊บ ด้วยความกลัวสุดขีด เล่นแบบว่า หลับตาปี๋เลยอ่ะ...
เออลืมเล่า ก่อนขึ้นรถไฟเขียวเจอหนูเจียด้วย มากับพี่เอกสุดหล่อ แหมคู่นี้ หวานแว๋วจริงๆ 
ลงมาบุ๊บ เจียมันก็ถามว่าเป็นไงมั้ง ก็ตอบไปว่า!!! "จะอ้วก" แล้วที่รักก็เห็นเราหน้าซีด
และแล้วก็อ้วกจริงๆคับ อ้วกไป 1 คำ ที่รักนี่เอายาดมมาให้ดม ที่รักนี่น่ารักที่ซู้ดดดด (ใครเห็นคงฮา)
แล้วเราก็ขอที่รักไปนั่งพักใน KFC สักพักก่อนที่จะไปเล่นอะไรต่อ
แล้วก็ไปเล่นของที่เราคิดว่าสนุกที่สุดแล้ว ไปฮ่องกง Disney Land เล่นตั้ง 3 รอบนั่นคือ
รถไฟตะลุยจักรวาลลลลลล ชอบมากๆเลยอันนี้ ที่รักก็ชอบ แต่จะบอกว่า
ต่อคิวนานมากๆๆๆๆ คนเยอะมากกกก ก็เลยเล่นรอบเดียวพอ

แล้วก็พักกินข้าวกันที่ KFC  แล้วก็จ๊ะเอ๋เอกกับเจียอีกละ หล่อนมีการมาขอถ่ายรูปเค้ากับที่รักด้วยนะ
จะเอาไปให้ใครดูมิทราบ ให้เดา 1 ในนั้นต้องมีคุณหมอชิดกานต์แน่นอน...
แล้วก็ไปเข้าบ้านผีสิง ไม่ค่อยน่ากลัวเลยอ่ะ แล้วก็ไปนั่งรถไฟเล่นก่อน ย่อยอาหารก่อนลุยต่อ
ก็ไปเจอขวัญเพื่อนของที่รัก ที่รักก็ชวนขวัญไปเล่นไวกิ้ง แต่ขวัญไม่เล่นเพราะกลัวมั้ง
แล้วเราก็ไปเล่นไวกิ้งกัน กระเพาะเรายังเต็มไปด้วยอาหารเลยเล่นระดับปริญญาตรี (ใครเคยเล่นคงรู้)
แล้วก็เล่นรถปั๊ม ฮือๆๆๆ เล่นแพ้ที่รัก เพราะรถมันติด ขยับไม่ได้อ่ะ ฮือๆๆๆๆ
แล้วก็ไปเล่น Super Splash ไอ้ที่มันต้องเปียกน้ำอ่ะ ที่รักอยากเล่นมาก
เสร็จแล้วก็เข้าเมืองหิมะกัน  ชอบมากเลย เข้าไปก็เล่นไอ้ที่ Slide ลงมาอ่ะ
เล่น 3 รอบ รอบแรกก็ต่างคนต่างเล่น อีก 2 รอบ เล่นด้วยกันอันเดียวกัน สนุกมากเลย
แล้วก็ไปถ่ายรูปกัน มีความสุขที่ซู้ดดดดด มีน้องคนนึงเราให้เค้าถ่ายรูปให้ มือเค้าสั่นมาก
สงสัยหนาวมาก มือซีดเลย... แล้วก็เริ่มรู้สึกหนาวเลย ก็เลยออกแล้วก็เดินเล่นสักพัก
แล้วก็เล่น Super Splash อีกรอบ
แล้วเราก็เดินเล่น เจอเกมยิงปืน
เราเลยเล่น รอบแรก ลองก่อน เล่นไม่ดีเลย เนื่องจากโง่เอง เล็งปืนผิดตา ใช้ตาซ้ายเล็ง
เราเห็นไอ้คนที่ยิงข้างๆเรามันจะยิงให้แฟน  กะเอาให้ได้ เล่นเล็งเป้าเดียวที่ใกล้ที่สุด
แต่ก็ไม่ได้ 555555 ไม่เหมือนเรา เล่นรอบ 2 คราวนี้ตั้งปฏิธานว่า ต้องเอาให้ที่รักให้ได้
ก็ยิงไป เป็นปืนยาว เหมือนตอน รด อ่ะ ที่แบกกันทั้งวันอ่ะ ระดับ รด.ฉก โรงเรียนพิริยาลัยแล้ว
ยิงแบบเทพ ยิงแม่งทุกเป้า ยกเว้นเป้าที่ไอ้คนข้างๆมันเล็งอยู่ ไปแย่งมันยิงเดี๋ยวมันต่อยเอา
แล้วก็ยิงไป ถึงนัดสุดท้าย เหลืออีก 3 แต้มจะได้ตุ๊กตาแล้ว ลุ้นมากกกก ยิงไป โช๊ะเด๊ะ!!!
เข้าเป้า 3 แต้มพอดี ดีใจมากกกก เย้!!! ได้ตุ๊กตาลิงมาให้ที่รักกอดเล่น อิอิ
แล้วเราก็ไปเล่นไวกิ้งกันอีกรอบ คราวนี้ระดับ ปริญญาโท ไม่กล้าเล่นเอก เคยเล่นมาครั้งนึง พอเลย
แล้วก็กลับมาเล่นรถไฟเขียวอีกรอบ คราวนี้ที่รักบอกว่าเราหน้าซีดมากก   ไหวป่าว แต่ไม่เป็นไร
ที่รักอยากเล่น เราก็สู้ ขึ้นไปเรางี้เงียบเลย ไม่พูดไม่จา คราวนี้ไม่หลับตา
เออออ จริงแฮะ จริงอย่างที่ที่รักบอก ไม่เห็นจะมีอะไรหน้ากลัวเลย ก็สนุกดี...
แล้วเราก็ไปปั่นจักรยานน้ำ โรแมนติกดี บรรยากาศดี ชอบบบ อยู่กับที่รัก 2 คน  
แล้วก็ถ่ายรูปก่อนกลับ ด้วยเทคนิคเทพ แขวนกล้องไว้กับต้นไม้แล้วถ่าย lnw ลูกร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าซะอย่าง
แล้วก็ไปนั่งรถตู้กลับไปอนุสาวรีย์ เสียอย่างเดียว นั่งคนละที่ แต่ไม่เป็นไร
แล้วก็ถึงอนุสาวรีย์แล้วก็ไปส่งที่รักกลับบ้านที่พระประแดง สรุปว่า...
วันนี้มีความสุขที่ซู้ดดดดดด ให้คะแนนเต็ม ทั้งเศษ ทั้งส่วน เลย...

โอ้โห นี่เราเล่าเรื่องไปเที่ยวเยอะขนาดนี้เลยหรือนี่ อิอิ ก็ความสุขนี่เนอะ...
ตอนนี้อยู่บ้านนอกแล้ว กลับมาก็ไปเช็งเม้งอากง กับ อาไท้ เลย รู้สึกดีจัง
เรารู้สึกรักครอบครัวมากขึ้น โดยเฉพาะอาม่า รักอาม่ามากกกกกก
แล้วก็กลับมาบ้าน ไปเตะบอลตอนเย็น ครับ ตะคริวแดก ปวดโครต
แล้วก็มาอบรมเรื่องช่างตู้สาขาที่บ้าน รู้สึกมีความรู้ขึ้นเยอะแหะ ปกติไม่ค่อยมี
ก็ดี ปกติมีเรื่อง คอม กับอุปกรณ์บางตัว ตอนนี้ได้เพิ่มอีก 1 อุปกรณ์ ดีมาก
 
 
                 และแล้วก็มาถึง Grade ที่มีทั้งดีใจและร้องไห้ ก็เอ่ยถึงสิ่งไม่ดีก่อนละกัน ก็มีวิชานึงที่หลายๆคนคงรู้ว่า เซ็งกันเป็นแถบ ไม่ขอเอ่ยว่าได้เกรดอะไร มันชอกช้ำมาก แย่มากๆกับวิชา Numerical Analysis แต่ช่างมันเหอะ คนแย่กว่าเรามีอีกตั้งเยอะแยะ แค่นี้ท้อก็ไม่ใช่ลูกป๊าม๊า ไม่ใช่แฟนที่รักแล้ว ก็ทำให้มันดีขึ้น ก็ดีนะ เกรดวิชานี้ออกมาแบบนี้ทำให้เรารู้สึกแย่กว่าที่เคย ไม่ได้รู้สึกแย่กับเรื่องเรียนมานานละ ตั้งแต่สอบโอลิมปิกครั้งนั้น มันทำให้เรารู้สึกตัวขึ้นจากเมื่อก่อนเยอะ อาจารย์เราบอกว่า ใช้แต่พรสวรรค์ แต่ไม่เคยใช้พรแสวง จริงคับ ผมเป็นอย่างนั้นจริงๆ เอาเป็นว่า ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว จะเสียใจอะไรมากมายกับเกรดตัวนึง เอาเรื่องดีๆบ้าง ก็ Prob Stat รอดไป C+ ไม่ดี ไม่แย่ ก็โอเคแล้ว ที่เหลือดีมาก B 3 ตัว มี Eng , Human (แม่งได้ B ได้ไงวะ) , Linear Algebra ส่วนวิชาที่ภูมิใจมากและถ้าไม่ได้ A จะเครียดกว่าเรื่องไหนๆ คือ Computer System และก็ Computer Network Design (ตัวหลังนี่ภูมิใจสุดๆ) มีความสุขมากกับ 2 วิชานี้ ไม่ผิดหวังเลย ดีจายยยยยยยยย ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขอบคุณครอบครัวที่คอยให้กำลังใจผมเสมอ และที่สำคัญ เจนนี่ที่รัก ที่ไม่เคยทอดทิ้ง ให้กำลังใจเราเสมอ ไม่ว่าเราจะทำผิดพลาดอะไร ครอบครัวและที่รักก็ให้อภัยเราเสมอ เราไม่รู้ว่าอนาคตเราจะดีขึ้นหรือไม่ แต่บทเรียนครั้งนี้มันช้ำมาก แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว เรารู้แค่ว่า เราจะดีขึ้น และดีกว่านี้มากกกก
"ขอบคุณทุกวินาทีที่มีให้ ขอบคุณครับที่รัก" 
          
 
19 febbraio

Final Examination...

Final Examination...
 
ใดใดในโลกล้วน อนิจจัง
คนบ่ดูหนังสือยัง สอบได้
เราดูหัวแทบพัง ยังตอบ ไม่ได้นา
ขอ C อาจารย์ให้ ผ่านพ้น มรณา
 
ศิษย์เง่าอย่าเรียกร้อง เมตตา
ถึงกราบงามสามครา แทบเท้า
อย่าหวังเรื่องจะกา เกรดใหม่
D F เป็นของเจ้า อยู่แล้ว นะเออ
 
เธอหรือคือผู้ชอบ ขาดเรียน
ถึงจะอ่านจนเอียน โอษฐ์อ้า
ร้อยตลบฝึกเขียน ฤาคล่อง
พอสอบย่อมใบ้บ้า มืดหน้า ตามัว
 
มีกลัวตอบผิดด้วย หรือเธอ
ข้อสอบหมูนะเออ บอกให้
ตรงตัวอย่างจังเบอร์ เลยพ่อ
เคยอ่านบ้างหรือไม่ บอกไว้ จริงจริง
 
อิงเกณฑ์กลุ่มไปสู้ อิงกู
D F ของชอบครู จึ่งให้
A B และ C กู กักเก็บ
สอบเสร็จพึงหวังได้ สอบซ้ำ แน่เลย
 
เหวยเหวยใยกล่าวอ้าง งุนงง
ข้อสอบครูออกตรง ทุกถ้อย
ไยอ่านมิเจาะจง ที่บอก
เจอเจอะจึ่งลิ้นห้อย แทบม้วย เท่งทึง
 
ถึงจะประหลกไหว้ ร้อยที
ขอว่าครูปราณี อย่าร้าย
อย่างมากจะให้ อย่าบ่น
ถึงจะไทร์เทอมท้าย ช่วยได้ ยังไง
 
*โคลงข้างบน ประพันธ์ใต้โดย ศ.ดร.มงคล เดชนครินทร์ วศ.๐๖
*อาจารย์ภาควิชาไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาฯ
 
อ่านกลอนบทนี้แล้วคิดถึงอนาคตตัวเอง ฮือๆๆๆ...

สวัสดี พ่อแม่พี่น้องทั้งหลายที่เข้ามาอ่าน Blog กระผมในวันนี้
ก็ไม่มีอารายมาก มาอัพขำขำ อารมณ์เซ็งๆนิดๆ อ่านหนังสือด้วยความเบื่อ...(ขี้เกียจว้อย...)
ก่อนสิ่งอื่นใดที่จะเขียน รักป๊ารักม๊านะคับ รักเจ๋และก็ไอ้น้องตัวแสบ 2 ตัวด้วย และก็...รักที่รักนะจ้ะ จุ๊บๆ...
ช่วงนี้เริ่มเอาธรรมะเข้าข่มใจตัวเอง หลังจากที่ได้ผ่านเรื่องราวต่างๆมากมาย
อาจารย์ผู้ซึ่งไม่แม่ อาจารย์ผู้ซึ่งเรารักที่สุดแล้ว ถ้าไม่มีท่านผู้นี้ ไม่มีข้าพเจ้าวันนี้แน่นอน
นั่นคืออาจารย์กาญจนาหรือครูแดง ผู้สอนคอมพิวเตอร์ข้าพเจ้าและผองเพื่อนมาตั้งแต่เยาว์วัย
ก็ได้ไปเล่าเรื่องต่างๆให้อาจารย์ท่านฟัง แล้วท่านก็ได้โปรดประทานคำสั่งสอนมาว่า
"หัดปล่อยวางสะบ้าง อย่าเอาเรื่องที่คนอื่นทำ มาทำให้เราเจ็บปวดเปล่า
และอาจจะทำให้คนที่อยู่ข้างๆเราไม่สบายใจด้วย ดังนั้น จงใส่ใจในสิ่งที่คนที่เรารักทำเท่านั้น ก็พอ"
แล้วก็บอกว่า...
"เธอไม่ต้องไปแคร์คนอื่นมาก ทำในสิ่งที่คิดว่าดี และจงทำต่อไป
แคร์พ่อ แม่ พี่ น้อง ครู(อิอิ..อันนี้เติมเองคร้าบ) และที่สำคัญแฟนของเธอ
ถ้าเธอไม่สบายใจ แล้วแฟนของเธอเค้าก็ต้องไม่สบายใจด้วยอยู่แล้ว
จงแคร์แต่คนที่เรารัก..."
ผมก็ได้แต่ตอบไปว่า "ครับ ผมจะพยายาม"
ใช่แล้ว เราจึงได้คติใหม่ ซึ่งอาจารย์ก็บอกเราว่า
"แซนด์ แซนด์เปลี่ยนโลกไม่ได้นะลูก"
ใช่ เราเปลี่ยนโลกไม่ได้ ดังนั้น เราก็ตั้งใจแล้วว่า เราทำอะไรที่คิดว่าดีแล้ว เราจะทำต่อไป
ไม่สนใจว่าคนรอบข้างจะมี Respond อย่างไร สนใจแค่คนที่เรารักก็พอแล้ว
ทั้งโลกนี้ยังต้องการอะไร นอกจากมีคนที่เรารักอยู่ข้างๆเราเสมอ ไม่ว่าจะฝ่าพายุอะไร ก็พร้อมจะเจอเสมอ
ดังนั้น ป๊า ม๊า เจ๋ทราย อ้อน รุ้ง และคนในครอบครัว ครูแดง รวมถึงที่รัก และก็ครอบครัวของที่รักนะจ้ะ อยากจะบอกว่า
 
"You are my family. Don't need another. Only U. I Love U"
 
อืม ตอนนี้มีคนมาเล่น tag กับเราอ่ะ
กติกามีอยู่ว่า ใครที่โดน tag แล้ว จะต้องเล่าเรื่องราวที่เป็นความลับของตัวเอง
ลงใน Blog 5 เรื่อง โดยที่เมื่อเล่าเรื่องแล้ว ก็ต้อง tag คนไปอีก 5 คน
โดยไปบอกคนที่เรา tag เค้าว่าเรา tag เค้าแล้วนะ
และแล้ว คนที่ tag เราก็คือไอ้เพื่อน bAnx แห่ง CSCU นี่เอง (http://banxna.spaces.live.com)
อยู่ดีๆ มันก็เดินมาบอกว่า กู tag มึงแล้วนะ อ่าน Blog กูด้วย
เออ ไอ้เราก็งงว่า tag คืออ้ะหยัง (แปลว่า อะไร)
เอาละ เรื่องที่เราจะเล่าก็มีดังนี้
 
Story One
เชื่อมั้ยว่า เราอ่านหนังสือการ์ตูน ... ครั้งแรกเมื่อไหร่
ถ้าบอกไปจะมีคนว่าเราโรคจิต หรือแก่แดด ป่ะเนี่ยะ
คือเท่าที่จำความได้น่าจะเป็นประถมศึกษาปีที่ 4 นะ ถ้าจำไม่ผิด
จำได้ว่าเพื่อนมันก็เอาหนังสืออะไรมาแล้วมันก็มุงดูกัน
เราก็ไปดูด้วย โอ้โห ประมาณว่า Rate X เลย เราก็ดู แต่ไม่ตกใจเท่าไหร่
เพราะตอนนั้นเรื่องพรรณนี้ก็พอรู้มาอยู่บ้าง มันก็เป็นประสบการณ์เพิ่มเติม
นิดๆหน่อยๆ...อิอิ บอกไปเนี่ยะจะมีคนว่าเราเป็นโจรบ้ากามมั้ยน้าาา...
 
Story Two
เห็นร่าเริงๆ อย่างเราเนี่ยะ เพื่อนๆที่รู้จักเราไม่นาน เชื่อป่าวว่า
เราเป็นเด็กเก็บกด ขั้นรุนแรงนะ...
คือสมัยเด็กๆเนี่ยะ เราเป็นคนที่มีอะไรคับข้องใจก็จะไม่ค่อยบอกใคร
ไม่พอใจอะไรก็โกรธไว้ในใจ ดังนั้นเนี่ยะ พอระเบิดออกมาทีนึง
โอ้แม่เจ้า... ข้าวของแถวนั้นอย่างได้หวังจะมีชีวิตรอดเลย
เก็บกดแบบว่า มากๆเข้าก็เลือดกำเดาไหล... เครียดมาก
แต่ก็ยังร่าเริงอยู่นะ... อยากจะบอกเพื่อนๆสนิทที่แพร่ว่า
ยอมรับเลยว่าเคยเก็บกดถึงขั้นอยากให้พวกมรึงหายไปจากโลกนี้
แต่ก็เป็นอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น...ขอโทษจริงๆที่คิดแบบนั้น
 
Story Three
สืบเนื่องมาจาก Story Two ทำให้เรากลายเป็นคนที่อ่อนไหวทางความรู้สึกมาก
เชื่อป่าวว่า ตอนอยู่ ม.ต้น เราร้องไห้ 55 ครั้ง (ถ้าจำไม่ผิดนะ... เพื่อนสนิทที่จำได้ช่วยมาบอกหน่อยดิ)
ม.1 35 ครั้ง ม.2 10 ครั้ง ม.3 5 ครั้ง (ประมาณเอานะ)
คือเพื่อนๆในกลุ่มมันชอบแกล้งเรา มันชอบรวมหัวกันอ่ะ
นี่แหล่ะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่อยากให้มันหายไปจากโลก...
คือการแกล้งแล้วบาดเจ็บทางกายภาพนี่ไม่เท่าไหร่ ปกติถึกอยู่แล้ว
แต่ที่ร้องไห้ บอกได้เต็มๆเลยว่า มันกระทบความรู้สึกโว้ย...
โดยเฉพาะไอ้บุ๊ค ไอ้เพื่อนสนิทที่ได้ชื่อว่า เพื่อนตายกู (ป๊ามันก็เพื่อนสนิทป๊าเรา)
แม่งทำเราร้องไห้บ่อยสุดๆละ ไม่รู้เป็นไรกับไอ้ห่านี้
เล่าเรื่องหนึ่งละกานที่ไม่มีวันลืม (กูรู้นะ เพื่อนที่แพร่...พวกมึงขำกันอยู่ใช่มั้ย!!!)
เรื่องราวเกิดขึ้นตอนอยู่ในวัดแห่งหนึ่ง โรงเรียนได้พานักเรียนชั้น ม.2 ไปเวียนเทียนที่วัด
และมีเด็กชายกลุ่มหนึ่ง ซึ่งอยู่ห้อง 2/8 ได้มาร่วมกิจกรรมนี้ด้วย
โดยมีตัวละครหลักคือ
1.กู
2.ไอ้บุ๊ค
3.ไอ้ท๊อป
4.เพื่อนๆในกลุ่มและในห้อง
5.Digimon ของไอ้ท๊อป
โดยที่ไอ้ท๊อปมันได้เลี้ยง Digimon V.1 (เวอร์ชั่นแรกถ้าใครยังจำได้)
แล้วกูก็ขอดู ขอเล่น แล้วมันก็ให้กูยืม
สักพัก ไอ้บุ๊ค(ไอ้เลว) มันก็จะเอา Digimon ไอ้ท๊อปไป
มันก็จะเอาจากกู กูก็บอกว่า กูไม่ให้ กูเล่นอยู่ เดี๋ยวก่อน
แล้วมันก็จะเอาเดี๋ยวนี้ จึงได้เกิดศึกชิง Digimon ขึ้นมา
เกิดการแย่งยื้ออยู่นานประมาณ 10 วินาที มันก็ตบหัวกู!!!
แล้วกูก็ยั่วะ ตบหัวมันคืน แล้วมันก็ตบกู แล้ววิ่งหนี
กูก็วิ่งไล่ตบหัวมัน แล้วกูก็วิ่งหนีแล้วมันก็ไล่ตบหัวกู
ตบกันอยู่อย่างนี้รอบโบสถ์ในวัด เพื่อนๆก็เชียร์กันจัง (เหตุที่เป็น รร ชายล้วน)
ตบกันไป 4-5 Shot ด้วยเหตุใดดลใจกูก็ไม่รู้
กูร้องไห้!!!...
แล้วกูก็ให้ Digimon มันไป มันก็สะใจ ลอยหน้าลอยตาไป
เพื่อนๆกูก็หัวเราะที่กูร้องไห้กันทั้งห้อง (กูยังจำวันนั้นได้ไม่เคยลืม เจ็บใจ...)
 
Story Four
ป๊าม๊าครับ ลูกอยากบอกป๊าม๊า และยอมรับผิดอีกเรื่อง
นอกจากเรื่องที่ลูกเล่นไฟ แล้วไฟเกือบไหม้บ้าน แต่ลูกก็ดับไฟเอง
โดยที่ม๊าเพิ่งจะรู้ว่าลูกทำไฟไหม้ครั้งใหญ่เมื่อเวลาผ่านไป 2 ปี (ปิดมาได้ไงวะ ตั้ง 2 ปี)
แล้วจะบอกอีกเรื่องที่ม๊าคิดว่า Server คอมพิวเตอร์ราคา 2 แสนบาทของม๊ามันเสียเอง
เรื่องเกิดตอนอยู่ ม.1 สเป็คได้อยู่เลยคับ
Pentium MMX 233 Mhz.
Ram EDO 16MB
HDD SCSI 4GB (สมัยนั้น SCSI 4 GB แพงโครต)
VGA S3Trio 64 V+ 2MB
จะบอกว่า ลูกเป็นคนทำ Harddisk SCSI พัง
คืออธิบายก่อน HDD SCSI เป็น HDD แบบหนึ่งที่มี Rate ในการส่งข้อมูลสูงกว่า IDE
มีขาทั้งหมด 50 pin และ IDE มีขา 40 pin
ด้วยความที่อยากได้พื้นที่ในคอมของผมมากขึ้น และ Server ก็ตั้งอยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำงานอะไร
สมัยนั้นมี Windows 98 ละ ผมก็ไปทำการแกะ HDD SCSI จาก Server มา
แล้วผมก็มี Rack ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของผม
Rack คือที่ใส่ HDD ที่สามารถถอดใส่ได้สะดวก
แล้วผมก็จับ HDD SCSI ยัดลงใน Rack ซึ่ง HDD SCSI มี 50 pin แต่ Rack ใส่ได้แค่ 40 pin
ลองนึกภาพกันดูว่า กูใส่ไปได้ยังไง...(กูก็ยังงงตัวเองอยู่เลยว่า เอาสมองส่วนไหนคิด)
ก็เลยจัดการ เอาคีมมาดึงขาของ HDD SCSI ออกไป 10 pin อ้าาาา แน่นอน มันก็เหลือ 40 pin แล้วใช่ป่ะ
ก็เลยใส่ได้ เย้ๆๆๆๆ กูฉลาดมากกกก...(โครตฉลาดเลยว่ะ)
จากนั้นพอเปิดเครื่องปุ๊บ HDD SCSI ก็ระเบิดปั๊บ ควันขาวขึ้นเลย ในใจคิดว่า ซวยแล้วกู...
หลักฐานยังมีอยู่เลย คือ Rack ตัวนั้นจะมีรอยระเบิดอยู่...
ก็เลยจัดการ กลบเกลื่อนหลักฐาน ทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังจำได้อยู่เลยว่า ป๊าทักว่ากลิ่นอะไรไหม้ๆ
เฮ้อ นึกแล้วก็คิดว่าตัวเองโครตฉลาดเลย... (ไม่เป็นไร ถือสะว่า การศึกษาคือการลงทุน...T-T 2 แสน...)
ขอโทษนะคับ ม๊า
 
The Last Story
เพื่อนๆรู้รึป่าวครับ ว่าทำไมเราถึงได้ออกมาสมบูรณ์ขนาดนี้ (5555....)
ก็เพราะว่า เราเป็นเด็กกัมมันตภาพรังสี 5555....แค่นี้แหล่ะ จบ...
 
ความจริงก็มีเรื่องจะเล่าอีกมากมาย แต่ว่าเค้าให้เล่าแค่ 5 เรื่อง ดังนั้นก็เอาไปแค่ 5 เรื่องก็พอละ
ส่วนเรื่อง tag คนอื่นขอคิดก่อนละกาน
ไปอ่านหนังสือดีกว่า... Let's reading...
 
PS. Love my family and my dear's family na kub...
      My Heart is Your Heart, Jenny...
05 gennaio

Happy New Year 2007 Kub!!!...

 
สวัสดีวันปีใหม่พา ให้บรรดาเราท่านรื่นรมย์... ฤกษ์ยามดีเปรมปรีดิ์ชื่นชม ต่างสุขสมนิยมยินดี... ข้าวิงวอนขอพรจากฟ้า ให้บรรดาปวงท่านสุขศรี... โปรดประทานพรโดยปรานี ให้ชาวไทยล้วนมีโชคชัย.....
 
สวัสดีปีใหม่คร้าบๆๆๆๆ  ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆ คิดสิ่งใดขอให้สมความปรารถนา
และที่สำคัญ ของให้ปีนี้และทุกๆปีเป็นปีของครอบครัวของเรา
ขอให้ป๊า ม๊า อาม่า คุณยาย เจ๋ อ้อน รุ้ง น้าป้อม น้าแอ๊ะ ป้านง และทุกๆคนมีความสุข สุขภาพดีๆ
และนอกจากคนในครอบครัวเราแล้วก็ขอให้คนในครอบครัวของเจนนี่มีความสุขมากๆนะครับ
อีกอย่างที่สำคัญ ขอให้ทุกๆปีเป็นปีของเรา 2 คนนะคับ เจนนี่ที่รัก
 
 
ขอบ่นเรื่องสอบวิชา Computer System หน่อยนะ
ขอสอบแม่งเฮงซวย ซังกะบ๊วย (แต่เซ็งตัวเองมากกว่า ลืมทำข้อสอบหน้านึง ฮือๆๆๆๆๆ....)
บ้าป่าว ให้ทำ 3.14 เป็นเลขฐาน 2 แล้วเก็บในรูปของ Floating point อ่ะ
อธิบาย Floating point ขนาด 32 bits เป็นความรู้ก็แล้วกัน
Floating point 32 bits คือการเก็บข้อมูลตัวเลขในคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่งที่สามารถเก็บเลขทศนิยมได้โดยมีรูปแบบคือ
 
N (เลขฐาน 10) = (-1)^s * 1.fraction * 2^(exponential-127)
 
เช่น เลข 13.625 ในฐาน 10 ทำเป็นฐาน 2 โดยขั้นตอนแรกคือ เปลี่ยน 13 ธรรมดาๆก่อน
เป็น 1101
แล้วเปลี่ยน .625 โดย .625 = 5/8 = 1/2+1/8 = (1)*(1/2) + (0)*(1/4) + (1)*(1/8)
จะได้เป็น .101 ดังนั้นจะได้ว่า 13.625 ฐาน 10 = 1101.101 ฐาน 2 แล้วทำการเลื่อนจุดทศนิยม ให้เป็น 1.xxxxxx
โดยทำเหมือนฐาน 10 เช่น 53.86 = 5.386 * 10^1 ฐาน 2 ก็เช่นเดียวกัน เปลี่ยน 10^x เป็น 2^x
จะได้ว่า 1101.101 = 1.101101 * 2^3

เมื่อได้ดังนี้แล้ว เราก็จะเอาไปเก็บเป็นเลขฐาน 2 ต่อกัน 32 ตัว หรือที่เรียกกันว่า 32 bits โดย
 
บิตแรก จะเก็บค่าที่บอกว่า ค่าที่เก็บเป็นบวกหรือลบ ถ้าบิตแรกเป็น 0 จะหมายถึงค่าบวก แต่ถ้าบิตแรกเป็น 1 จะหมายถึงค่าลบ
 
อีก 8 บิตถัดมาจะหมายถึงค่า exponential โดยจะมีค่าตั้งแต่ 0-255 (2^8 - 1 ไง) เช่นจากตัวอย่าง
13.625 = 1.101101 * 2^3 ค่า exponential จะเท่ากับ 127+3 = 130 แล้วก็เปลี่ยน 130 เป็นเลขฐาน 2 ได้ 10000010
 
ส่วนที่เหลืออีก 23 บิต จะเก็บค่า fraction หรือส่วนที่เป็นทศนิยม จากตัวอย่าง
13.625 = 1.101101 * 2^3 ค่า fraction จะเท่ากับ 101101 แล้วเติม 0 ข้างหลังให้ครบ 23 ตัว
 
ดังนั้น การเก็บค่า 13.625 แบบ Floating point ก็จะได้เป็น
1 10000010 10110100000000000000000
 
แล้วเปลี่ยนค่านี้เป็นเลขฐาน 16 โดยการแบ่งเป็นช่วงๆ ช่วงละ 4 บิต ได้ว่า
1100 0001 0101 1010 0000 0000 0000 0000
 
แล้วเปลี่ยนแต่ละช่วงเป็นฐาน 16 ได้ว่า
C 1 5 A 0 0 0 0 = xC15A0000 (เครื่องหมาย x หมายความว่า เลขที่ตามหลังเป็นเลขฐาน 16)
 
ดังนั้น 13.625 เก็บแบบ Floating point แบบ 32 บิต เป็นเลขฐาน 16 จะได้ xC15A0000
 
แล้วคิดถึงเลข 3.14 กันนะคับ จะบอกว่ามันไม่ลงตัว แล้วต้องหา fraction ให้ครบ 23 บิตด้วย โหดปะละ
แล้วไม่ให้ใช้เครื่องคิดเลขด้วยนะ คิดสด... -_-" เซ็ง
 
แล้วอาจารย์มาเฉลยก็เฉลยผิดตั้งหลายข้อ เซ็ง...
 
 
เรื่องต่อไปก็คือเรื่องจุฬาออกนอกระบบ หรือการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ
แม่งจะออกทำไมวะ ก็เข้าใจเหตุผลที่ออกนะ แต่ช่วยเข้าใจเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยบ้างได้มั้ยครับ ท่านผู้ใหญ่ทั้งหลาย
 
เรื่องแรกเรื่องค่าเทอม
ผมไม่มั่นใจในนโยบายเรื่องค่าเทอมเมื่อออกนอกระบบแล้ว เพราะเมื่อถึงตอนนั้นก็ไม่มีอะไรมาควบคุม limit เรื่องนี้ได้ ท่านได้ออกมาชี้แจ้งโดยให้เหตุผลว่า ก็ได้มีการมอบทุนการศึกษาให้แก่นิสิตไปมากมาย
คำถามคือ ทุนมันได้กันง่ายๆมั้ยครับ คนที่เรียนปานกลางล่ะ จะทำยังไง คนที่ติดจุฬาได้ก็ถือว่าเก่ง แต่ก็ไม่ใช่อัจฉริยะทุกคนนะครับ ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเรียนได้เกรดเกิน 3.00 เหมือนที่ทุนการศึกษาตั้งเงื่อนไขไว้นะครับ
แล้วปัจจุบัน ค่าเทอมจุฬาก็ถือว่าแพงกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐที่อยู่ในระดับเดียวกัน เช่น ธรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ มศว. ฯลฯ ความจริงควรจะมีมาตรการลดค่าเทอมด้วยซ้ำ จำไม่ได้เหรอครับ ว่า ร.5 ทรงประทาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้เป็นของใคร ของประชาชนทุกย่อมหญ้า ขนาดในหลวงยังทรงตรัสเลยว่า จะทำอะไร ถามเจ้าของเขาหรือยัง แต่ถ้าค่าใช้จ่ายของมหาวิทยาลัยมันต้องการเงินค่าเทอมนิสิต ก็ขอให้ช่วยชี้แจง รายรับ รายจ่ายของมหาวิทยาลัยที่ถูกต้องมาได้มั้ยครับ ผมว่าควรจะได้นะ ก็เป็นสิทธิ์ที่เจ้าของมหาวิทยาลัยควรทราบ ผมพูดจริงมั้ยครับ (ก็คิดเอาเองละกัน ค่าเทอมแพงแล้วยังเก็บค่าธรรมเนียมลงเรียนวิชาภาษาอังกฤษต่างหากอีก ไม่รู้จะว่ายังไงเหมือนกัน)
 
ต่อไป เรื่องระบบการศีกษา การจัดการ
อย่างที่เหตุผลที่ท่านผู้ใหญ่ได้ให้ไว้ จุฬาจะได้สามารถตัดสินใจ จัดการระบบต่างๆได้อย่างรวดเร็ว สะดวก เมื่อออกจากระบบแล้ว อันนี้ผมเห็นด้วยครับว่า ถ้าทำได้เช่นนั้นก็ดี แต่ทว่า ผมอยากทราบว่า ทุกวันนี้จุฬาฯ ไม่ได้จัดการระบบด้วยตัวเองเหรอครับ แล้วจุฬาไม่ได้มีรายได้เป็นของตัวเองหรอกเหรอครับ (เช่น มาบุญครอง, สยาม) ถ้าต้องการออกจากระบบเช่นนี้ ก็ร่าง พรบ. แบบแก้ให้ตรงจุดดีกว่ามั้ยครับ ผมว่าสามารถทำได้นะ ก็ร่าง พรบ. ให้อำนาจเฉพาะส่วนที่เห็นว่าต้องมีการปรับปรุง ไม่จำเป็นต้องออกนอกระบบเต็มแบบจะดีกว่ามั้ยครับ อาจจะเป็นการนอกกรอบไปหน่อย แต่ผมคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาครึ่งทางนะครับ แล้วที่สำคัญ เมื่อทำเช่นนั้นแล้ว ก็ควรมีการเปิดเผยข้อมูลประจำปีไปเลย ผ่านเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยด้วย เพื่อความโปร่งใส ถ้าไม่เช่นนั้น ลองคิดกันตามความจริงดูนะครับ ทุกคนยอมรับว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรก และชั้นนำของประเทศ (จะว่าเป็นอันดับ 1 ก็ว่าได้) ในเมื่อมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุด มหาวิทยาลัยที่ทรงประทานโดยพระเจ้าแผ่นดิน มหาวิทยาลัยของประชาชน ทำเช่นนี้ได้ แล้วมหาวิทยาลัยอื่นๆ ล่ะครับ เค้าจะทำบ้างไม่ได้หรือครับ วันหนึ่ง ประเทศไทยอาจจะไม่มีมหาวิทยาลัยของรัฐเลยก็เป็นได้ ดูจากความจริงก็รู้ มีมหาวิทยาลัยขอออกนอกระบบเพิ่มขึ้นกี่แห่ง แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น แล้วท่านคิดว่าดี เอาอย่างงี้เลยมั้ยครับ ก็เปลี่ยนระบบการศึกษาทั้งประเทศไปเลย
ประเทศไทยไม่ต้องมีมหาวิทยาลัยของรัฐ เพราะพัฒนาช้า พัฒนายาก ทุกๆมหาวิทยาลัยทั่วประเทศจะได้มีศักยภาพในการพัฒนาได้เท่าเทียมกัน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ อีกหน่อยก็ลามไปจนไม่ต้องมีโรงเรียนรัฐ (ไม่ได้ประชดนะครับ แต่มองจากมุมมองๆหนึ่ง)
 
ถ้าใครมีความคิดเห็นดีๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ช่วยๆกันคิดนะครับ
 
เรื่องต่อไปก็เรื่องวางระเบิดวันปีใหม่ (หากใช้คำไม่สุภาพ ขออภัยไว้ ณ ที่นี้)
สัด เย็ดแม่งเอ้ย เหี้ยมาก แม่งทำได้ยังไงวะ คนเค้าจะฉลองปีใหม่กัน เสือกทำกันได้
ขอให้ตอนแม่งประกอบระเบิด แล้วเกิดระเบิดตายหมดทั้งคนทำ คนบงการ สาดด.....
 
สุดท้ายนี้ ก็ขอให้ปีนี้พบเจอกันแต่เรื่องดีๆ นะครับ ใครที่กำลังจีบสาวอยู่ก็ขอให้ติดนะ (โดยเฉพาะไอ้ bAnx)
 
 ไม่มีอะไรละ รักป๊า รักม๊า รักเจ๋ รักอ้อน รักรุ้ง นะคับ และที่สำคัญ  รักลูกเป็ดนะจ้ะ Double kiss kiss Ja...
28 dicembre

อารมณ์แบบว่า จาบ้า...

Test.........................
จาตายกับ Numerical Analysis ข้อสอบโครตยาก แม่งออกมายากกว่าข้อสอบเก่าหลายเท่าเลย
แม่งไม่บอกข้อมูลไรมาเลยอ่ะ ให้หาเองหมด ทำเสร็จไป 2 ข้อจาก 6 ข้อ แต่หมดไปละ 2 ชั่วโมง เซ็ง...
วิชาอื่นก็เรื่อยๆ แต่ก็ทำมะค่อยได้หรอก ขำขำละกาน เครียดไปก็เท่านั้น
แต่เหลืออีก 2 วิชา คือ Computer System กับ Comp network Design
วิชาแรกถ้าไม่ได้ A นะ เครียด!!! ร้องไห้จริงๆด้วยแหล่ะ
วิชาที่ 2 ต่ำๆต้อง B แต่ได้ B ก็เครียดแล้วแหล่ะ วิชาคอม เรียนแล้วยังไม่ได้ A ก็ไม่รู้จะไปเอาวิชาไหนแล้ว
เอาเป็นว่า เครียด!!!... (แต่ก็ขำได้นะ อิอิ)
16 dicembre

วันที่เธอหวั่นไหว...ฉันยังมั่นคงนะ...

 
เนื่องด้วย Internet ที่ใช้อยู่เป็น 56K TOT นะ จึงสามารถใส่ได้แต่ข้อความ...
อ่านๆๆๆๆๆ อ่านหนังสือ จาสอบกันแล้ว เพื่อนๆอ่านหนังสือกันด้วยนะคับ ทั้งเพื่อนที่แพร่และก็เพื่อนที่จุฬา ตอนนี้อ่าน Com sys Text Book อยู่ จาตาย...
พอดี On MSN มาทำงานแล้วก็เข้าไปดู Space ลูกเป็ด (ทุกครั้งที่เล่นเน็ตต้องเข้าทุกครั้ง ไม่รู้เป็นอะไร รู้แค่ว่าเป็นที่รัก)
อ่านข้อความแล้วถึงกับอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องไป 10 นาที (ไม่คิดนานหรอก เดี๋ยวอ่านไม่รู้เรื่อง คะแนนไม่ดี ตัวเองผิดหวัง คนรักก็ผิดหวัง)
อยากจะบอกว่า
 
วันนั้นฉันทำสิ่งที่ทำให้เธอผิดหวัง
วันนี้เธอจะหวั่นไหวก็ไม่แปลก
 
วันนั้นทำให้เธอคิดว่าฉันไม่มั่นคง
วันนี้เธอจะคิดอย่างนั้นอยู่ก็ไม่ว่า
 
วันนั้นอาจดูเหมือนฉันไม่รักเธอ ไม่จริงใจ
วันนี้เธออาจคิดว่าฉันอาจกลับไปเป็นอย่างนั้นอีก
 
แต่ฉันจะบอกเธอว่า "วันที่เธอหวั่นไหว...ฉันยังมั่นคงนะ..."
วันนี้ฉันรักเธอ ฉันมั่นใจ ฉันมั่นคง
และพรุ่งนี้ก็จะรักเธอต่อไป และเป็นอย่างนี้ต่อไป
ตั้งแต่วันที่เธอเขียนคำว่า Love forever ลงในใจฉัน
ฉันก็เขียนคำว่า Love forever ลงในใจเธอเหมือนกัน
 
และสุดท้าย เราเชื่อว่า ที่รักจะมั่นใจ และไม่หวั่นไหวกับสิ่งใด ในสักวัน...
 
PS. ที่รักจ๋า รักนะ  Jubz... Mizz Only u
 
      คำว่า "Love forever" ที่แขนอาจจะถูกล้างออกไป
      แต่ที่หัวใจจะไม่มีวันลบเลือนนะจ้ะ
 
08 dicembre

นาย ซ.แซน

กระผมชื่อนาย ซ. แซน
 
เรียนอยู่ โรงเรียน จุฬา
 
อยู่ชั้นปีที่ 2
 
ลักษณะ อ้วน กลม มีพุงนิดๆ
 
นิสัย  ติ๊งต๊อง ชอบคิดว่าตัวเองน่ารัก อิอิ
 
อาหาร ตั๊กแตนทอด
 
สีที่ชอบ  บานเย็น
 
วิชาที่ชอบ ชีวะ
 
แฟน -- ไม่มีข้อมูล เนื่องจากว่าเป็นผู้ชาย
 
รูปทรงหน้า   คล้ายๆ หม้อต้มน้ำ
 
สุดท้ายยยย ทุกอย่างที่เป็น ซ.แซน น่ารักที่สุดเรย
 
 
19 novembre

หัวใจบางบาง... เมื่ออยู่ห่างเธอ

หัวใจบางบาง... เมื่ออยู่ห่างเธอ

ใน 1 สัปดาห์ มี 7 วัน
และทุกๆ วัน ฉันคิดถึงเธอเสมอ
ยิ่งอยู่ห่างกันแบบนี้... ทุกวินาที ฉันยิ่งอยากเจอ
ขนาดหลับไปแล้วยังละเมอ... นอนพร่ำเพ้อ คิดถึงเธอทั้งคืน



ได้แต่นับวันคอยถอยหลัง
โทรศัพท์ก็ไม่มีตังค์... เสียงเธอก็ไม่ได้ฟัง ต้องกล้ำกลืนทนฝืน
ภาพเธอคอยเวียนวน... ฉันต้องอดทน ทุกคืน... ทุกคืน
คราวหน้าคงต้องซื้อปืน... ให้เราได้ยืนเคียงข้าง gun และ gun

เวลาเรียน... ฉันมักมอง ไปข้างนอกหน้าต่าง
ตอนนี้เธอคงเรียนอยู่ชั้นล่าง... ถึงตัวจะห่าง ก็ไม่ไหวหวั่นหรอกฉัน
ว่าแต่... เธอกำลังเรียนวิชาอะไรอยู่หรอ... หวังว่าพ่อรูปหล่อ คงจะคิดถึงกัน
ฉันนั่งมองดวงตะวัน...
ตอนที่กำลังเรียนอยู่ชั้น....ชั้นรักเธอ

รู้บ้างไหม ว่าใครเค้าคิดถึงไม่แพ้ ไม่ชนะ
เฉลยว่าฉันคนนี้ไงล่ะ... ที่คิดถึงเธอเสมอ
ได้แต่รอให้ถึงวันนั้น... วันที่ฉัน จะได้เจอเธอ
พูดไปจะหาว่าฉันเว่อร์... ว่าฉันอยากเจอเธอ... แทบขาดใจ



กลับมาคราวนี้ ฉันมีเรื่องอยากจะถาม
ถึงคำถามจะไม่ได้เรื่อง ไม่ได้ความ... แต่ก็อยากถาม นะ นะ นะ ได้ไหม
ว่าที่บ้านของเธอ... เธอมีแก้วน้ำกี่ใบ
ก็... ไม่มีอะไร แบบว่า... ฉันจะได้เทใจให้หมดเลย



เธอกำลังคิดถึงใครอยู่... ฉันไม่รู้
มีอย่างเดียวที่ฉันรู้...ใจฉันไม่อยู่ ลอยไปไหนต่อไหน
เอ๊ะ!! นั่น ห่วงยางที่วางอยู่ตรงนั้นน่ะ ของใคร?
ฉันไม่รู้หรอกว่าห่วงยางน่ะของใคร... รู้แต่ว่าห่วงใยน่ะ... "ของเธอ"  

ปล. ไม่มีอะไรหรอก แต่เห็นเน่าดี เลยมาลง แต่อยากบอกเค้าว่า "รักนะ"
21 ottobre

เมื่อวันนั้นจะมาถึง...

วันสำคัญของเรา ก็จะมาถึงแล้วเนอะ...
 
อาจยังไม่เห็นว่ารักมากมาย...
อาจยังสงสัยผู้ชายคนนี้...
อาจยังไม่เห็นสายตาแห่งความหวังดี...
แต่เธอก็คงเข้าใจมันสักวัน...

อาจมีใครๆ ที่เขาดีกว่า...
อาจจะมีคนที่เธอใฝ่ฝัน...
แต่จะมีใครให้เธอหมดใจอย่างฉัน...
และมันจะมีให้เธอเพียงคนเดียว...

อยู่มาจนวันนี้เพื่อเจอเธอ จะอยู่เพื่อเธอตลอดไป...
จะเอาความรักที่มีเก็บไว้ เพื่อรอคอยวันที่เธอมองผ่านมา...
อาจจะมีเวลาที่เธอต้องการ...

อีกนานแค่ไหนรักนี้ก็ยังอยู่ อยู่เป็นรักแท้เพื่อเธอเท่านั้น...
ด้วยใจที่พร้อมให้เธอ จากคนอย่างฉัน กับวันเวลาที่ยาวนาน...
คงจะพอให้รอเธอ และคงจะทำให้เธอได้รู้...
17 settembre

Nothing can say...

"สันดาน..."
 
สิ่งที่ทุกคนมี อยู่ที่สันดานของใครจะเป็นอย่างไร...
หลายคนคงคิดว่า บางอย่างในตัวเรามันเป็นสันดาน เปลี่ยนไม่ได้หรอก...
ถ้าทุกคนจะคิดอย่างนั้นก็ไม่แปลกหรอก เพราะสิ่งที่ทำ มันทำให้คิดอย่างนั้น...
ไม่ได้ขอให้ใครเชื่อมั่น ไม่ได้ขอให้ใครเลิกเกลียด...
แต่คนๆหนึ่งที่อยากให้เชื่อมั่น กลับมา...
อยากให้รู้ว่าสันดานจริงๆ คือ รักเค้า...
ไม่ต้องมีคำใดๆต่อท้าย เราไม่อยากพูด รู้สึกไร้ประโยชน์...
เพราะแค่คำนี้ก็เพียงพอสำหรับเรา 2 คน ถ้าเค้ารับฟัง...
คำว่า "เลว" ก็คงไม่แปลก ถ้าใครจะว่า...
คำว่า "เหี้ย" ก็ไม่แปลกอีกนั่นแหล่ะ ถ้าใครจะพูด...
อย่างที่บอก ใครจะคิดอย่างไรก็ช่างเค้า เพราะเราเชื่อมั่นใจเราเอง...
ใครจะพูดอะไร เราก็ไม่แคร์...
เพราะถ้าแคร์มากๆ มันก็จะทำให้เราเครียด และทำให้เกมของเรายากขึ้น...
แต่ถ้าสิ่งนั้นมาจากคนๆหนึ่ง เราคงทรุดไปเลย...
มีคนที่เรานับถือพูดถึงเรื่องคำสัญญา เราฟังมา...
เราอยากถอนคำสํญญาทั้งหมดที่เคยให้...
ไม่ใช่เราไม่มั่นใจ ไม่รัก...
แต่สัญญาไปก็เท่านั้น ถ้าทำให้เค้าไม่ได้...
สู้ทำให้ดูเลยดีกว่า...
เวลา ต้องพิสูจน์นานๆ...
นานแค่ไหนก็ได้...
นานมากๆ ก็เจ็บมากๆ...
แต่ก็สุขมากๆ ถ้ามันสมหวัง...
แต่คำถามก็เกิดขึ้นว่า ถ้าไม่ล่ะ...
ก็เจ็บมาก แต่ก็ดีใจที่ได้ทำดีที่สุดแล้ว...
อยากให้ผลลัพภ์เป็นสิ่งที่เค้ามีความสุขที่สุด และตรงตามใจเค้าต้องการ...
จะไปก็ไม่ว่า เพราะถ้าเค้ามีความสุข เราก็ยอมรับ...
67 วันที่ผ่านมา ก็ทำให้เราคิดอะไรได้มากมาย...
แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนเดิม ก็น่าจะรู้ว่าคืออะไร เราคงไม่ต้องพูดอีก...
เพราะเราได้พูด พูดด้วยความรู้สึก และการกระทำ...
พูดด้วยสิ่งที่เราเป็น ปัญหาอยู่ที่ว่า...
Trust --> ความเชื่อมั่น...
เอาเป็นว่า...
ไม่สัญญา แต่จะทำให้ดู...
ไม่ต้องรู้ ก็จะทำ...
ไม่ต้องเห็น ก็จะทำ...
ไม่สนใจ ก็จะทำ...
ไม่รัก ก็จะทำ...
 
#include<stdio.h>
int main(void) {
    printf("I hate you...");
    printf("I angry you...");
    printf("I against you...");
    printf("I don't care you...");
    printf("I don't miss you...");
    printf("I don't love you...");
    return 0;
}
 
Output :
Error!!! In source code.
Because I lie you...
"I love you..."
 
PS. ไม่มีอะไรหรอก อยากพิมพ์เท่านั้นเอง นอนไม่หลับ...
PS. เรื่องเรียนก็ส่วนเรื่องเรียน เรื่องนี้ก็ส่วนเรื่องนี้ พ่อแม่พี่น้องไม่ต้องห่วงนะ...
PS. ปิดเทอมนี้อาจจะมีโครงการสอนคอมนะครับ พอดีว่างๆ คงเป็น VB.NET มั้ง (แค่อาจจะนะ)
PS. Comment จะให้กำลังใจก็ขอบคุณ จะตัดกำลังใจก็ขอบคุณ (พูดเหมือน กกต. คนหนึ่งแหะ)
 
To be continue (วันเกิดปีนี้จะสุขที่สุด หรือทุกข์ที่สุดหนอ...)
30 luglio

Jenny, I want u to read this...

Jenny, my dear...
 
Yesterday I make a very hurt about our love...
Today I am so sorry about anything wrong I have do...
Tommorow I will be my safe and go forward for my life and my love...
 
But Jenny I want u to know, my love is still in my heart.
Time and my act will tell u I still love u and don't make u mistake about me again.
I will study, read book, play with my friend and still go with u and no lie.
If I can't, I know I shouldn't recieve a pardon from u.
But If I can. I hope u will see me and forgive me and tell "love me" again.
I will wait for your condition na.
In this year, my birthday I don't want any present.
I just hope my love will come back again.
But If in my birth day u aren't ready, that is ok na.
I believe if u are my true love and I am your true love, u will come back again.
I will still wait u, wait for your condition, wait for your love back to me again...
 
 
My sky will open again. But if without u, it will not perfect...
 
Love and miss u na...
 
From Sand... |^_^|